เทคนิคแสงสว่างฟาร์มไก่ | เพิ่มผลผลิต ADG
ความรู้ในด้าน ระบบไฟแสงสว่าง และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ งานแสงและสี สำหรับไฟงานเลี้ยงไก่
ENM Smartfarm


Poultry Lighting Technic
แสงสว่างมีผลกับการเลี้ยงไก่อย่างไรบ้าง
ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบแสง LED ฟาร์มไก่ มีดังนี้
- 1. การกระพริบของแสง (Flickering)
- 2. การกระจายแสง (Light Distribution)
- 3. การประหยัดพลังงาน (Energy Saving)
- 4. อัตราการรอด (Survival Rate)
- 5. อัตราการผลิตไข่ (Egg Production)
- 6. การใช้ฮอร์โมน (Hormones)
- 7. ความร้อนที่เกิดจากโคมและแสง (Heat from Lamps)
- 8. ความยาวคลื่นแสง (Wavelength)
- 9. ชั่วโมงแสง (Photoperiod)
- 10. แสงอาทิตย์ (Sunlight)
What’s Flickering
การกระพริบที่มองไม่เห็น
• การทำหนังหรือภาพยนตร์ เคลื่อนไหวต้องทำให้มีภาพเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ , 18-20 ภาพ ต่อวินาที นันคือสามารถทำให้มนุษย์ไม่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวของเฟรมที่ผ่านไป ซึ่งความสามารถนี้ในตาของมนุษย์โดยทั่วไปไม่สามารถรับรู้ความถีที่สูงกว่านีได้ ( ความถี่ ครั้ง ต่อวินาที = Hz (hertz) ) แต่ตาของสัตว์ปีกสามารถรับรู้ ความถีได้ถึง 140 Hz ซึ่งเป็น คุณสมบัติตามธรรมชาติในการมองเห็นเพื่อหาอาหารได้ในไวและแม่นยำ ทำให้สัตว์ปีกโดยเฉพาะไก่จึงรับรู้ของการกระพริบที่เรามองไม่เห็น Flickering หรือการกระพริบ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับหลอดไฟที่ใช้สำหรับปศุสัตว์ของสัตว์ปีก ซึ่งสังเกตได้จาก ผู้ผลิตหลอดไฟชั้นนำไม่ว่า จะเป็นทาง อเมริกา หรือ ยุโรป ล้วนเปลี่ยนมาผลิตแนวทาง Flicker Free ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้ การกระพริบของแสงเกิดจากระดับความสว่าง ซึ่งเป็นส่วนที่มาจาก ส่วนสร้างแสงสว่าง (Light-Emitting Component) จากพวกหลอดไส้ ,หลอด ฟลูออเรสเซนต์ และหลอด LED semiconductor ที่ใช้ไฟกระแสสลับ (ก็คือไฟบ้าน 220V) ถ้าเราอยู่ในสภาพแสงที่กระพริบตลอดก็สามารถสร้างความเครียดให้เราได้เช่นกัน ซึ่งการกระพริบนี มีผลอย่างมากทำให้ไก่เกิดความเครียดเช่นกันซึ่งอาการตอบสนองเช่น การผลิตไข่ที่ต่ำลง การกินอาหารน้อยลง
Lighting Relation Frequency
ความสัมพันธ์ของไก่และคลื่นความถี่แสง

Energy Saving
การประหยัดพลังงาน

4. อัตราการรอด (Survival Rate)
การออกแบบระบบแสงสว่างที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อ อัตราการรอด (Survival Rate) ของไก่ในฟาร์ม จากงานวิจัยของ University of Arkansas (2019) พบว่าฟาร์มที่ใช้ LED Spectrum ช่วงคลื่นสีฟ้า-เขียว (450-550 nm) มีอัตราการรอดสูงกว่าฟาร์มที่ใช้หลอดอินแคนเดสเซนต์แบบดั้งเดิมถึง 2-5% ในไก่เนื้อ (Broiler) อายุ 1-42 วัน
กลไกที่ช่วยเพิ่มอัตราการรอด:
- ลดความเครียด (Stress Reduction) – แสงที่ไม่กระพริบ (Flicker-Free) และความสว่างที่ปรับได้ ลดความตึงเครียดของระบบประสาท
- ลดการจิกตีกัน (Pecking Reduction) – Spectrum สีแดงต่ำลดความก้าวร้าว ลดอัตราการบาดเจ็บจากการจิกกัน
- ป้องกัน Sudden Light Shock – ระบบ Dimmable ที่จำลองพระอาทิตย์ขึ้น-ตก ลดการตายเฉียบพลัน โดยเฉพาะในไก่อายุ 7-14 วัน
- ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน – ชั่วโมงมืดที่เพียงพอช่วยกระตุ้น Melatonin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันโดยตรง
สำหรับฟาร์มขนาด 30,000 ตัว การเพิ่มอัตราการรอดเพียง 1% หมายถึงไก่เพิ่ม 300 ตัวต่อรุ่น ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 30,000-45,000 บาทต่อรุ่น – ทำให้ระบบ LED มีระยะคืนทุน (ROI) ที่รวดเร็ว
5. อัตราการผลิตไข่ (Egg Production)
อัตราการผลิตไข่ (Egg Production Rate) ของไก่ไข่ (Layer Hens) ขึ้นอยู่กับการกระตุ้นด้วยแสงที่ส่งสัญญาณไปยังต่อมไพเนียล (Pineal Gland) และไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) เพื่อหลั่งฮอร์โมน LH (Luteinizing Hormone) ซึ่งกระตุ้นการผลิตไข่
ปัจจัยแสงที่ส่งผลต่อการผลิตไข่:
5.1 ความยาวคลื่นแสง (Wavelength)
ไก่ไข่ตอบสนองต่อ แสงสีแดง (Red Light 630-700 nm) มากที่สุดในการกระตุ้นการผลิตไข่ จากงานวิจัย Lewis & Morris (2006) พบว่าฟาร์มที่ใช้ Red LED สามารถเพิ่มอัตราการผลิตไข่ได้ 5-10% เมื่อเทียบกับแสงสีขาว
5.2 ความสว่าง (Light Intensity)
ค่าความสว่างที่เหมาะสมสำหรับไก่ไข่อยู่ที่ 10-20 lux ในช่วง Production Phase หากต่ำกว่า 5 lux จะทำให้กิจกรรมลดลง แต่ถ้าสูงกว่า 30 lux จะกระตุ้นการจิกกันและความเครียด
5.3 ความสม่ำเสมอของแสง (Light Uniformity)
การกระจายแสงต้องสม่ำเสมอทั่วเล้า (Uniformity Ratio ≥ 0.7) เพราะจุดมืดในเล้าจะทำให้ไก่ไม่กล้าวางไข่ในบางพื้นที่ ส่งผลให้ Floor Eggs เพิ่มขึ้น
การออกแบบระบบแสง LED ของ ENM Smartfarm คำนวณ Lighting Design ตามมาตรฐาน Cobb-Vantress, Hubbard และ Hy-Line ทำให้ลูกค้าได้ผลผลิตไข่สูงสุดที่เป็นไปได้ตามสายพันธุ์
6. การใช้ฮอร์โมน (Hormones & Light)
แสงสว่างมีอิทธิพลโดยตรงต่อระบบ ฮอร์โมน (Endocrine System) ของไก่ ผ่านกลไก Photoreception – แสงส่งผ่านกะโหลกศีรษะเข้าสู่ต่อมไพเนียล กระตุ้น/ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ และพฤติกรรม
ฮอร์โมนหลักที่ถูกควบคุมโดยแสง:
6.1 Melatonin (เมลาโทนิน)
หลั่งในช่วงมืด ทำหน้าที่:
- ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน
- ควบคุม Circadian Rhythm (จังหวะการนอน-ตื่น)
- เพิ่มการเจริญเติบโตของเซลล์
การให้ ช่วงมืด 4-6 ชั่วโมงต่อวัน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการหลั่ง Melatonin
6.2 LH (Luteinizing Hormone) และ FSH (Follicle Stimulating Hormone)
ฮอร์โมนสืบพันธุ์ที่ถูกกระตุ้นโดย แสงสีแดง ผ่าน Hypothalamic-Pituitary-Gonadal Axis ส่งผลต่อ:
- การเจริญของรังไข่ในไก่ไข่
- การวางไข่อย่างสม่ำเสมอ
- การผสมพันธุ์ในพ่อแม่พันธุ์ (Breeder)
6.3 Corticosterone (ฮอร์โมนความเครียด)
การกระพริบของแสง (Flickering) แสงสว่างเกินไป หรือการเปลี่ยนแปลงแสงกะทันหัน จะกระตุ้นให้ Corticosterone สูงขึ้น ส่งผลให้:
- FCR (Feed Conversion Ratio) แย่ลง
- ภูมิคุ้มกันต่ำ
- การเจริญเติบโตชะลอ
การใช้ระบบ LED Flicker-Free + Dimmable ของ ENM ช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนความเครียดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
7. ความร้อนที่เกิดจากโคมและแสง (Heat from Lamps)
หลอดไฟแต่ละประเภทมีการสร้าง ความร้อน (Heat Output) แตกต่างกันมาก ซึ่งส่งผลต่ออุณหภูมิภายในเล้า ค่าไฟ และระบบ Ventilation อย่างมีนัยสำคัญ
เปรียบเทียบการสร้างความร้อนของหลอดไฟ:
| ประเภทหลอด | Efficacy (lm/W) | ความร้อน (% ของพลังงานที่ใช้) | อายุการใช้งาน |
|---|---|---|---|
| Incandescent (หลอดไส้) | 10-15 | ~90% | 1,000 ชม. |
| CFL (หลอดประหยัดไฟ) | 50-70 | ~70% | 8,000-10,000 ชม. |
| LED ENM | 120-150 | ~20-25% | 25,000-50,000 ชม. |
ผลกระทบของความร้อนจากหลอดไฟต่อฟาร์ม:
- เพิ่มภาระระบบทำความเย็น – ทุก 100W ของหลอดไส้ที่เพิ่มขึ้น เพิ่ม Cooling Load ประมาณ 340 BTU/hr
- อุณหภูมิเล้าไม่สม่ำเสมอ – Hotspot ใต้หลอดไฟทำให้ไก่หลบไปอยู่บริเวณอื่น
- ความเครียดจาก Heat Stress – โดยเฉพาะในฤดูร้อนของไทย (อุณหภูมิ 35°C+)
- เพิ่มความชื้น – หลอดไส้ทำให้น้ำในอาหารและน้ำดื่มระเหยเร็วขึ้น
สำหรับฟาร์มในประเทศไทยที่มีอุณหภูมิสูงตลอดปี การเปลี่ยนมาใช้ LED ของ ENM ช่วยลดความร้อนภายในเล้าได้ 3-5°C และประหยัดค่าไฟระบบทำความเย็นเพิ่มอีก 15-20%
8. ความยาวคลื่นแสง (Light Wavelength/Spectrum)
ความยาวคลื่นแสง (Wavelength) หรือ Light Spectrum คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการออกแบบแสงสำหรับฟาร์มไก่ ไก่มีระบบมองเห็นที่แตกต่างจากมนุษย์ – มี Photoreceptor 4 ชนิด (Tetrachromatic Vision) ขณะที่มนุษย์มีเพียง 3 ชนิด (Trichromatic) ทำให้ไก่ตอบสนองต่อสีและความยาวคลื่นได้กว้างกว่ามนุษย์
ผลของความยาวคลื่นแต่ละสีต่อไก่:
8.1 แสงสีแดง (Red Light: 630-700 nm)
- กระตุ้นการสืบพันธุ์และการวางไข่
- ลดความก้าวร้าวและการจิกขนกัน
- เหมาะกับไก่ไข่ (Layer) และพ่อแม่พันธุ์ (Breeder)
- เพิ่มอัตราการผลิตไข่ 5-10%
8.2 แสงสีเขียว (Green Light: 495-570 nm)
- เพิ่มการเจริญเติบโตในไก่เนื้อ (Broiler)
- เพิ่ม ADG (Average Daily Gain) 8-12%
- เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ (Myogenic Effect)
- เหมาะกับช่วง Starter Phase (0-21 วัน)
8.3 แสงสีฟ้า (Blue Light: 450-495 nm)
- ทำให้ไก่สงบและลดกิจกรรม
- ลดความเครียดและการกินอาหารตอนกลางคืน
- ใช้ในช่วง Catching (จับไก่) เพื่อลดความตื่นตกใจ
- เหมาะกับช่วง Finishing Phase
8.4 แสงสีขาวสว่าง (White Light: Full Spectrum)
- เลียนแบบแสงธรรมชาติ
- เหมาะกับการทำงานของผู้ดูแลฟาร์ม
- ส่งเสริมพฤติกรรมการกินอาหารและน้ำ
ENM Smartfarm ให้คำปรึกษาการเลือก LED Spectrum ที่เหมาะสมตามประเภทไก่และเป้าหมายการผลิต ทั้งระบบ Single Color, Dual Color และ Tunable RGB ที่ปรับสีได้ตามอายุของไก่
9. ชั่วโมงแสง (Photoperiod / Lighting Schedule)
ชั่วโมงแสง (Photoperiod) คือระยะเวลาที่ให้แสงในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมพฤติกรรม การเจริญเติบโต และวงจรการสืบพันธุ์ของไก่
โปรแกรมแสงสำหรับไก่แต่ละประเภท:
9.1 ไก่เนื้อ (Broiler Lighting Program)
| ช่วงอายุ | แสง (ชั่วโมง) | มืด (ชั่วโมง) | ความสว่าง (Lux) |
|---|---|---|---|
| วันที่ 1-3 | 23 | 1 | 30-40 |
| วันที่ 4-7 | 20 | 4 | 20-30 |
| วันที่ 8-28 | 18 | 6 | 10-20 |
| วันที่ 29-จับ | 20 | 4 | 10-20 |
9.2 ไก่ไข่ (Layer Lighting Program)
| ช่วงอายุ | แสง (ชั่วโมง) | เป้าหมาย |
|---|---|---|
| 1-18 สัปดาห์ | 8-10 | ควบคุมการพัฒนาทางเพศ |
| 19-22 สัปดาห์ | เพิ่มทีละ 30 นาที/สัปดาห์ | กระตุ้นการวางไข่ |
| 23+ สัปดาห์ | 14-16 | รักษาการผลิตไข่ |
9.3 พ่อแม่พันธุ์ (Breeder Lighting Program)
- Rearing Phase (1-22 สัปดาห์): 8-12 ชั่วโมงต่อวัน
- Production Phase (23+ สัปดาห์): 14-16 ชั่วโมงต่อวัน
- เพิ่มชั่วโมงแสงอย่างค่อยเป็นค่อยไป (Step-up Program) เพื่อกระตุ้นการสืบพันธุ์
ระบบ Lighting Controller ของ ENM Smartfarm สามารถตั้งโปรแกรมอัตโนมัติได้ตามมาตรฐาน Cobb, Ross, Hubbard, Hy-Line และอื่นๆ พร้อมระบบ Dimming ที่จำลองพระอาทิตย์ขึ้น-ตก (Sunrise/Sunset Simulation) ลดความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงแสงกะทันหัน
10. แสงอาทิตย์ (Natural Sunlight vs Artificial Light)
การพัฒนาฟาร์มเลี้ยงไก่จากระบบ Open House (โรงเรือนเปิด) ที่พึ่งพาแสงอาทิตย์ ไปสู่ระบบ EVAP (Evaporative Cooling) หรือ Closed House (โรงเรือนปิด) ที่ใช้แสงไฟ LED อย่างเดียว เป็นแนวโน้มหลักของอุตสาหกรรมไก่ในประเทศไทยและทั่วโลก
เปรียบเทียบ Open House vs Closed House:
10.1 ระบบ Open House (พึ่งพาแสงอาทิตย์)
- ข้อดี: ต้นทุนต่ำ, ไก่ได้ Vitamin D จากแสง UV ธรรมชาติ
- ข้อเสีย:
- ควบคุมชั่วโมงแสงไม่ได้
- ความเข้มแสงผันผวนตามฤดูกาล
- เสี่ยงโรคระบาด (Avian Influenza, ND)
- ผลผลิตไม่สม่ำเสมอ
- ฤดูร้อน Heat Stress รุนแรง
10.2 ระบบ Closed House + LED (ENM Recommended)
- ข้อดี:
- ควบคุม Photoperiod ได้ 100%
- เลือก Spectrum ที่เหมาะกับไก่
- ไม่กระทบจากสภาพอากาศ
- ลดความเสี่ยงโรคระบาด
- ผลผลิตสูงและสม่ำเสมอ
- FCR ดีขึ้น 5-10%
- ข้อพิจารณา:
- ต้องลงทุน LED + Controller ระบบดี
- ต้องออกแบบ Ventilation + Cooling ให้เหมาะสม
10.3 ENM Solution สำหรับ Closed House
ระบบ LED ของ ENM Smartfarm ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนแสงอาทิตย์ในฟาร์มปิดโดยเฉพาะ ประกอบด้วย:
- LED Tubes/Bulbs IP67 – กันน้ำ ทนแอมโมเนีย ทนความชื้นในเล้า
- Smart Controller – ตั้งโปรแกรม Photoperiod, Dimming, Color Tuning
- Voltage Protection – ป้องกัน LED จากไฟตกไฟเกินในพื้นที่ฟาร์มชนบท
- Lighting Design ฟรี – ทีมวิศวกร ENM ออกแบบให้ตรงกับขนาดและสายพันธุ์ไก่
- รับประกัน 5 ปี – พร้อมสินค้าทดแทนสำรองที่จุดใช้งาน
การเปลี่ยนจากระบบพึ่งพาแสงอาทิตย์มาสู่ระบบ LED Closed House อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้ฟาร์มมีผลผลิตที่คำนวณได้ ลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก และยกระดับเป็น Smart Farming ได้อย่างแท้จริง
ต้องการคำปรึกษาด้านระบบแสง LED สำหรับฟาร์มของคุณ?
ทีมวิศวกรของ ENM Smartfarm พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ออกแบบระบบแสงที่เหมาะสมกับฟาร์มของคุณ พร้อมคำนวณ ROI และเปรียบเทียบกับระบบเดิม
📞 โทร: 065-156-2898
📧 อีเมล: sale@enminfocenter.com
💬 Line: @smartfarm
🌐 เว็บไซต์: ติดต่อเรา
